วันจันทร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

การสอบเลื่อนสาย

การสอบเลื่อนสาย


ท่ารำ Poomse, เข้าคู่ Step Sparring, ท่าเตะประจำสาย Step Kick

Level Pattern (Poomse) Step Sparring Step Kick
White Six Block - none - Front Kick, Side Kick, Round Kick
Yellow 1 Taegeuk il jung Three Step 1 - 5 Step Front Kick, Step Side Kick, Step Round Kick
Yellow 2 Taegeuk e jung Three Step 6 -10 Jump Front Kick, Jump Side Kick, Jump Round Kick
Green 1 Taegeuk sum jung Two Step 1 - 5 Back Kick
Green 2 Taegeuk sa jung Two Step 6 - 10 Hook Kick
Blue 1 Taegeuk oh jung One Step 1 - 5 Swing Kick
Blue 2 Taegeuk yuk jung One Step 6 - 10 Jump High Kick
Brown 1 Taegeuk chil jung One Step 11 - 15 Double Front Kick
Brown 2 Taegeuk pul jung One Step 16 - 20 Flying Side Kick
Red 1 Taegeuk ku jung One Step 21 - 25 Turn Back Kick
Red 2 Taegeuk zip jung One Step 26 - 30 Two Way
Black (Dan) All


 


บทบัญญัติเทควันโด


บทบัญญัติเทควันโด

1.จงรักภักดีต่อประเทศชาติของตน
BE FAITHFUL TO YOU COUNTRY

2. เคารพพ่อแม่ ครูอาจารย์และผู้มีพระคุณ
HONOUR YOUR MASTERS AND PARENTS

3. ซื่อตรง จริงใจต่อเพื่อน
BE HONESTS TO YOUR FRIENDS

4. อย่าทำร้ายผู้อื่น โดยไม่จำเป็น
DO NOT HARM OTHERS UNNECESSARILY

5. อย่าท้อถอยต่อเหตุการณ์ทั้งปวง
NEVER RETREAT

ลำดับสายของเทควันโด (ในประเทศไทย)

ลำดับสายของเทควันโด (ในประเทศไทย)


  • เริ่ม สายขาว
  • 10 สายเหลือง1 (สายส้ม-ในบางยิม)
  • 9 สายเหลือง2
  • 8 สายเขียว1 (สีเขียวขี้ม้า-ในบางยิม)
  • 7 สายเขียว2
  • 6 สายฟ้า1 (ม่วง-ในบางยิม )
  • 5 สายฟ้า2 (น้ำเงิน-ในบางยิม)
  • 4 สายแดง1
  • 3 สายแดง2
  • 2 สายน้ำตาล1
  • 1 สายน้ำตาล2


    • ในบางโรงเรียนมีการเรียนสายแดง 3 หรือ Pre-Black เพื่อเตรียมสำหรับการสอบในระดับสายดำ ขั้นที่ 1 หรือดั้งที่ 1


สำนักคุคกิวอนกำหนดให้มีสายดำทั้งสิ้น 10 ระดับ โดยเริ่มที่ระดับที่ 1 เป็นระดับแรกและใช้เงื่อนไขด้านระยะเวลา และอายุในการพิจารณาในการเลื่อนระดับขั้น (ดั้ง) แก้ไข: เทควันโด - เทแปลว่าเท้า, ควัน แปลว่ามือ ,โด แปลว่าสติปัญญา - ผู้ให้กำเนิดคำว่าเทควันโด - คือ นายพล ชอยฮองไฮ ซึ่ง ปัจจุบันรูปแบบของเทควันโดนี้ ไปอยู่ที่แคนาดา ตั้งสหพันธ์ ITTF เทควันโดเกาหลีใต้เป็นของ WTF เดิมเป็นหนึ่งเดียวกับ สำนักคุกกิวอน โดยปัจจุบันได้เปลี่ยนเป็น KUKKIWON ACADEMY สถาบันการศึกษาเทควันโดโลก โดย ทำหน้าที่ ออกสายดำและตั้งกฎเกี่ยวกับการสอบสาย ประชาสัมพันธ์เทควันโด และ จัด ฮันมาดัง ส่วน WTF แยกออกไปทำหน้าที่ จัดการแข่งขัน วางนโยบายการแข่งขัน ฯลฯ โดยทั้งสองสถาบันก็ยังทำงานร่วมกันอยู่ โดยมี เวปไซต์คือ www.wtf.org,www.kukkiwon.or.kr - เทควันโดเกาหลี ไม่มีสายน้ำตาล - เทควันโดประกอบด้วย 4 ส่วนที่ต้องเรียนรู้ คือ 1.เคียวรูกิ (การต่อสู้เชิงแข่งขัน) 2.เคียกพ่า (การทดสอบจิตใจด้วยการทำลายสิ่งกีดขวาง) 3.พุมเซ(การทำท่าสมมติการต่อสู้ เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่าแพทเทิน ปัจจุบันมีการแข่งขันเป็นสากล) 4.โฮชินซูล (การป้องกันตัวอิสระในชีวิตจริง โดย การใช้มือเปล่าและอาวุธ ) โดยชมรม ส่วนมากในประเทศไทย จะมีอยู่ 2 อย่างคือ เคียวรูกิและพุมเซ - ดำแดง คือ สายดำ ที่อายุไม่ถึง 15 ปี (เพราะพลังทำลายและวุฒิภาวะยังไม่เหมาะสมทางสถาบันจึงไม่อาจให้คาดสายดำได้) - ผู้ได้รับอนุญาตให้เป็นตัวแทนคุกกิวอน สอบนักเรียนเปลี่ยนคุณวุฒิสายสี สอบนักเรียนเป็นสายดำและสอบนักเรียนเลื่อนดั้งต้องมีคุณวุฒิดั้ง 4-10 และมีรหัสอนุญาตจากคุกกิวอน - ผู้ได้รับสายสี เหลือง1-แดง2(10ขั้น)เทควันโดเรียกว่า กุ้ป(Gup1-10) โดยไล่ตั้งแต่ Gup10 ขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึง Gup1 และถึงเปลี่ยนเป็นดั้ง 1 - ดั้ง 10 ประเทศไทยเรียก เหลือง1 เหลือง 2 จนถึง แดง1 และ แดง2 ส่วนดั้งเรียก ดำ1 ถึง ดำ10

การแข่งขันและกติกา

การแข่งขันและกติกา





ผู้แข่งขันเทควันโดสามารถแบ่งเป็นรูปแบบหลักสองแบบ แบบแรกคือ ผู้แข่งขันที่ชอบในเชิงรุกซึ่งจะใช้ทักษะที่น่าประทับใจ และแสดงออกอย่างดุดันในการแข่งขัน ผู้ที่ชอบในเชิงรับในทางกลับกันป้องกันตัวอย่างสุขุมเพื่อหาโอกาสเข้าทำแบบจะๆเพื่อเก็บคะแนน ในการดูการแข่งขันนั้นการสำรวจประวัติของผู้เข้าแข่งขันเพื่อบ่งบอกว่าใครชอบรูปแบบใด และมีวิธีการการให้คะแนนด้านล่างเพื่อทำนายว่าใครจะชนะ


วิธีการการให้คะแนน
เพราะเทควันโดเป็นกีฬาที่มีความรุนแรงสูง จึงมีการแบ่งการแข่งขันเป็นช่วงละ 3 นาที สามช่วง และมีการพักหนึ่งนาทีในแต่ละช่วง คะแนนอาจมีการเพิ่มหรือลด และผลคะแนนที่ได้ในสามช่วงนั้นจะสะสมกันจนถึงช่วงสุดท้ายของการแข่งขันเพื่อหาผู้ชนะ ในกรณีที่ต้องมีการต่อเวลาผู้ชนะคือผู้ที่ได้รับคะแนนในเชิงบวกมากที่สุด ถ้ายังหาผู้ชนะไม่ได้อีกการตัดสินจะอยู่ในดุลยพินิจของกรรมการผู้ซึ่งจะเลือกผู้ที่แสดงการโจมตีที่ดีที่สุดในระหว่างการแข่งขัน

การคำนวณคะแนน
คะแนนที่ได้รับ (+2 คะแนน)  การใช้เท้า - ถีบคู่ต่อสู้อย่างรุนแรงเข้าที่หน้า

คะแนนที่ได้รับ (+2 คะแนน) การใช้หมัด - เมื่อต่อยเข้าเป้าที่จะแจ้งในบริเวณสีน้ำเงินหรือสีแดงของชุดป้องกันที่ร่างกาย ความจะแจ้งคือคู่ต่อสู้ออกอาการจากแรงหมัดหรือมีเสียงดังสนั่น

การใช้เท้า - เมื่อมีการเตะที่จะแจ้งไปยังบริเวณสีน้ำเงินหรือสีแดงบนหัวหรือร่างกายของชุดป้องกัน

การเตือน (-0.5 คะแนน)
1) การทำผิดกติกา
        - การรวบคู่ต่อสู้
        - การเข้าปล้ำคู่ต่อสู้
        - การผลักคู่ต่อสู้
        - การใช้ร่างกายสัมผัสคู่ต่อสู้

        2) การแสดงอาการขลาดกลัว
        - การออกนอกเส้นเพื่อหลบการโจมตี
        - หันหลังให้คู่ต่อสู้เมื่อหลบการโจมตี
        - การล้มตัวลงเพื่อหลบหลีก
        - แกล้งทำเป็นเจ็บ
       
        3) การโจมตีผิดกติกา
        - การสัมผัสเป้าหมายบริเวณเข่าหรือหน้าผาก
        - การเตะเข้าที่หว่างขาโดยเจตนา
        - กายย่ำบริเวณแข้ง คาง เข่า และอื่นๆ ของคู่ต่อสู้ที่ล้มลง
        - การใช้มือตบหน้า

        4) มารยาททราม
        - เมื่อผู้แข่งขันหรือผู้ฝีกสอนโต้เถียงในเรื่องคะแนน
        - มารยาททรามของผู้ฝึกสอนหรือผู้แข่งขัน
        - เมื่อผู้ฝึกสอนลุกจากที่นั่ง

การตัดคะแนน (- 1 คะแนน)
1) การทำผิดกติกา
        - การใช้มือจับตัวคู่ต่อสู้กดให้ล้มลง
        - การจับขาคู่ต่อสู้ขณะเตะเพื่อให้ล้มลง

        2) การแสดงความขลาด
        - ออกนอกพื้นที่การแข่งขันเพื่อหลบการโจมตี
        - ตั้งใจจะให้การแข่งขันดำเนินต่อไปด้วยยาก

        3) การโจมตีที่ผิดกติกา
        - การโจมตีคู่ต่อสู้ที่ล้มลงแล้ว
        - การโจมตีคู่แข่งขันหลังจากกรรมการสั่งแยก
        - การโจมตีที่หลังศีรษะหรือที่หลังโดยจงใจ

        4) มารยาททราม
        - การกระทำที่ทรามสุดๆของผู้ฝึกสอนหรือผู้แข่งขัน

เป้าหมาย


เป้าหมาย



ประการแรก: เทควันโดเป็นการออกกำลังกาย
เทควันโดเป็นการออกกำลังกายที่ดีสำหรับเด็กที่กำลังเจริญเติบโตเช่นเดียวกับเป็นการดีในการเพิ่มความอดทนให้กับร่างกาย การเคลื่อนไหวของเทควันโดต้องการการประสานงานกันเป็นพิเศษซึ่งเพิ่มความยืดหยุ่นของร่างกาย และเนื่องจากมีการเตะและการแทงด้วยมือและการตะโกนเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้เป็นวิธีการที่ดีในการผ่อนคลายความเครียด

ประการที่สอง: เทควันโดเป็นศิลปะการต่อสู้แบบมือเปล่า
เทควันโดโจมตีคู่ต่อสู้ด้วยมือเปล่าและเท้า สิ่งที่ทำให้เทควันโดแตกต่างจากรูปแบบศิลปะการต่อสู้แบบอื่นคือการเคลื่อนไหวของขาอันหลากหลายและทรงพลัง และสิ่งนี้ทำให้เทควันโดกลายเป็นศิลปการต่อสู้ระดับโลก การโจมตีของเทควันโดรุนแรงแต่ก็ในขณะเดียวกันก็มุ่งเป้าไปยังรูปแบบการตั้งรับ สิ่งนี้เป็นการดีสำหรับผู้ที่จะเรียนเทควันโดเป็นวิธีทางหนึ่งในการป้องกันตัว

ประการที่สาม: เทควันโดในรูปแบบกีฬา
เทควันโดเป็นชนิดกีฬาที่ยอมรับเป็นทางการในการจัดการแข่งขันกีฬาที่สำคัญๆเช่น โอลิมปิก พานามเกมส์ เอเชี่ยนเกมส์ ออลอเมริกันเกมส์ และเซ้าธ์อเมริกันเกมส์ การแข่งขันเทควันโดนั้นรวมการมีอุปกรณ์ช่วยในด้านความปลอดภัยและการจัดตั้งรูปแบบการโจมตีและการป้องกันเข้ากันไว้ด้วย เพื่อที่จะลดระดับความเสียหายให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ด้วยวิธีนี้ผู้เล่นจะสามารถสนุกสนานไปกับการข่มขวัญในการต่อสู้ด้วยความเสี่ยงที่น้อย

ประการที่สี่: เทควันโดเป็นวิธีการศึกษา
เทควันโดฝึกฝนร่างกายแต่ก็ช่วยพัฒนาจิตใจได้มาก จุดประสงค์ในการเรียนเทควันโดเป็นการสนันสนุนการเติบโตทั้งการและใจเพื่อทำให้คนเป็นคนที่สมบูรณ์ สาวกแห่งเทควันโดจะได้รับการอบรมในแง่มุมต่างๆซ้ำๆกันรวมถึงทักษะการโจมตีและตั้งรับเพื่อสร้างลักษณะนิสัยที่ดี

สมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย



ยุคเริ่มต้น

ในช่วง "สงครามเวียดนาม" ระหว่าง พ.ศ. 2500 ต้นๆ กองพลพยัคฆ์แห่งกองพลอาสาสมัครแห่งสาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งได้ร่วมรบในสงครามครั้งนี้ด้วย ได้รับการยกย่องกล่าวขานว่า เป็นหน่วยรบที่แข็งแกร่งสามารถต่อสู้ชนะข้าศึกด้วยมือเปล่า และจับเชลยศึกได้มากมาย จึงทำให้ นายริชาร์ด นิกสัน ประธานาธิปดีของสหรัฐในสมัยนั้น เกิดความสนใจ จึงเดินทางไปเยี่ยมหน่วยทหารนี้ จากนั้นก็มีการมีจัดการแสดงสาธิตวิธีต่อสู้ด้วยมือเปล่าให้ชม โดยศิลปะที่มีการสาธิตนั้นมีชื่อว่า เท ควัน โด หลังจากการสาธิตครั้งนั้น สือมวลชนที่ติดตามไป ได้ทำข่าวเผยแพร่ข่าวออกไปสู่สาธารณะชน จึงทำให้เทควันดดเป็นที่รุ้จักมากขึ้น เทควันโดมีการเรียนการสอนเฉพาะทหารอเมริกันตามฐานทัพต่าง ๆ ในประเทศไทย เช่น อู่ตะเภา จ .อุบลราชธานี จ.นครราชสีมา เป็นต้น โดยทหารอเมริกัน ได้จ้างอาจารย์เทควันโดจากประเทศเกาหลีมาเป็นผู้ฝึกสอนให้

ซึ่งในขณะนั้นทางสมาคมเทควันโดประเทศเกาหลีได้มีการรวบรวมนักเทควันโดสายต่างๆ ส่งไปตามสถานที่ต่างๆ เพื่อทำการเผยแพร่เทควันโดไปทั่วโลก โดยสถานที่ที่เปิดสอนในกรุงเทพฯ ในยุดเริ่มต้นมีดังนี้
  • สมาคม Y.M.C.A โดยท่านอาจารย์ คิม เบียง ซู
  • บนหลังคาโรงแรมเร๊ก (Rex Hotel) ปากซอยกลางสุขุมวิท โดย มร.คิม
  • เสรีคอร์ท (ค่ายพักแรมของหน่วยทหารอเมริกัน) ถนน.ประดิพัทธ์ สะพานควาย
  • โดยท่านอาจารย์ ดอง คึน ปาร์ค ต่อมาท่านอาจารย์ ดอง คึน ปาร์ค ได้มาเปิดทำการสอนที่ตึกแถวชั้นสามหลังโรงแรมลิโด้
ที่หลังโรงแรมลิโด้ (ปัจจุบันเป็นโรงเรียนสอนลีลาศ ) โดยการอนุมัติจากกระทรวงศึกษาธิการในสมัยนั้นในชื่อว่า โรงเรียนสอนวิชาศิลปป้องกันตัวเทควันโด ทางสำนักจิโดควาน ซึ่งเป็นต้นสังกัดของ อาจารย์ ดอง คึน ปาร์ค ได้จัดส่งอาจารย์มาร่วมสอนอีกสองท่าน คือท่านอาจารย์ อาน ซุค จุน และท่านอาจารย์หญิง ควน โอ๊ค ฮี เปิดทำการสอนวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2512 (1969)

ต่อมา ในเดือนพฤกษภาคม พ.ศ. 2513 (1970) ได้มีการจัดแข่งขันชิงแชมป์ เทควันโดขึ้นเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ณ. ฐานบินตาคลี โดยมีทีมจากโรงเรียนสอนในประเทศไทย และทหารอเมริกัน เข้าร่วม โดยท่านอาจาร์ย ราม มารุต (เป็นลูกศิษย์โดยตรงของท่านอาจารย์ ดอง คึน ปาร์ค)ได้เป็นแชมป์รุ่น แบนตั้มเวท คนแรกของประเทศไทย



ยุคก่อนปัจจุบัน

ก่อนสงครามเวียดนามสิ้นสุดท่านอาจารย์ทั้งหลายได้แยกย้ายกันไปสู่ประเทศอเมริกา-แคนาดา-สวิสเซอร์แลนด์ และกลับเกาหลี อาจารย์ท่านสุดท้ายที่เดินทางออกจากประเทศไทยไปคือ ท่านอาจารย์ คิม แห่ง Y.M.C.A แต่ก่อนจากในปี พ.ศ. 2517 ท่านได้จัดการแข่งขันขึ้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์โดยชมรมนิสิตนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์พร้อมกับแนะนำให้สังคมชาวเทควันโด ได้รู้จักกับท่านอาจารย์ ซอง กี ยอง หลังจากนั้นในเวลาต่อมา คุณมัลลิกา ขัมพานนท์ ได้เปิดสอนเทควันโดที่โรงเรียนศิลปะป้องกันตัวอาภัสสา ถ.สุขุมวิท ตรงข้ามสถานทูตอังกฤษ ฝึกสอนโดย อ.ซอง กิยอง จากประเทศเกาหลี ด้วยการนำของ ผู้ซึ่งมีความสนใจและรักกีฬาเทควันโดอย่างจริงจัง ทั้งยังได้พัฒนาและเผยแพร่เทควันโดในประเทศไทย และคุณมัลลิกายังได้รับแต่งตั้งให้เป็นนายกสมาคมเทควันโด ซึ่งถือเป็นนายกสมาคมคนแรกของประเทศไทยก็ว่าได้


ปัจจุบัน

เทควันโดเป็นศิลปะป้องกันตัว และต่อมาได้มีการประยุกต์มาเป็นกีฬา ที่ได้รับการบรรจุเข้าเป็นกีฬาประเภทหนึ่งในกีฬาแห่งชาติของไทย รวมทั้งซีเกมส์ เอเซียนเกมส์ทำให้มีการถ่ายทอดข่าวสู่ประชาชนทั้ง หนังสือพิมพ์ และข่าวโทรทัศน์ เทควันโดจึงเป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน และได้มีการเปิดสอนเทควันโดตามที่สถานที่ต่าง ๆ อย่างมากมาย เช่น สมาคมสโมสรต่างๆ ในกรุงเทพฯ จังหวัดต่าง ๆ เช่น เชียงใหม่ ชลบุรี ขอนแก่น ตรัง สุรินทร์ นครราชสีมา และพิษณุโลก เป็นต้น และยังได้มีการจัดแข่งขันกันอย่างต่อเนื่องตามโรงเรียน, วิทยาลัยหรือห้างสรรพสินค้าต่างๆ และล่าสุด นส.เยาวภา หรือ น้องวิว ได้คว้าเหรียญทองแดงในกีฬาโอลิมปิคเกมส์ 2004 ให้ประเทศไทย ทำให้กีฬาเทควันโดเป็นที่รู้จักและแพร่หลายกันมากขึ้น

ประวัติเทควันโด

ประวัติความเป็นมาและพัฒนาการของเทควันโด
 
เทควันโดเป็นศิลปะการต่อสู้ประจำชาติเกาหลีซึ่งมีประวัติความเป็นมายาวนาน จนอาจกล่าวได้ว่าประวัติศาสตร์ของเทควันโด ก็คือ ประวัติศาสตร์ของชนชาติเกาหลีนั่นเอง เรื่องราวในอดีตที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการของเทควันโด อาจแบ่งออกได้เป็น 4 ยุค ได้แก่ ยุคบรรพกาล ยุคกลาง ยุคใหม่ และยุคปัจจุบัน
 1.
เทควันโดยุคบรรพกาล
 
มนุษย์โดยธรรมชาติแล้วย่อมมีสัญชาติญาณในการปกป้องตนเองและเผ่าพันธุ์ จึงพยายามที่จะพัฒนาความสามารถในการต่อสู้อยู่ตลอดเวลา ในสมัยที่มนุษย์ยังไม่มีอาวุธก็ต้องใช้การต่อสู้กันด้วยมือเปล่า และแม้เมื่อมนุษย์สามารถประดิษฐ์อาวุธขึ้นใช้แล้วก็ยังคงอาศัยการฝึกฝนการต่อสู้ด้วยมือเปล่าในการเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกาย นอกจากนี้ยังนำมาประลองแข่งขันเป็นการแสดงความสามารถโอ้อวดกันในงานประเพณีต่าง ๆ เช่น การเฉลิมฉลองหลังฤดูกาลเก็บเกี่ยว หรือในที่ชุมนุมชนในโอกาสสำคัญอื่น ๆ เป็นต้น
 
ชนชาติเกาหลี สืบเชื้อสายมาจากชาวเผ่ามองโกล ซึ่งอพยพย้ายถิ่นจากใจกลางทวีปเอเชียมายังคาบสมุทรเกาหลีนานกว่า 2,000 ปีมาแล้ว เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของชาวมองโกลก็คือ ความชำนาญ และผูกพันกับการขี่ม้า การใช้ชีวิตบนหลังม้า รวมถึงการต่อสู้บนหลังม้าด้วย เนื่องจากต้องเลี้ยงสัตว์และเดินทางไปในทุ่งหญ้าและพื้นที่อันทุรกันดารเป็นระยะทางไกล ๆ ทางตอนเหนืออยู่เสมอ ส่วนประชาชนในพื้นที่ทางตอนใต้อันอุดมสมบูรณ์กว่า ได้ยึดอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก และทิ้งชีวิตบนหลังม้าไป สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยให้พัฒนาการของวิธีการต่อสู้ของนักรบทางภาคเหนือ และภาคใต้ของเกาหลีมีความแตกต่างกัน ซึ่งจะได้กล่าวต่อไป
 
ภูมิศาสตร์ของคาบสมุทรเกาหลีนั้นมีความสำคัญยิ่งทางยุทธศาสตร์ เพราะเป็นสะพานเชื่อมและอยู่กึ่งกลางระหว่างแผ่นดินจีนทางตะวันตก มองโกลทางตะวันตกเฉียงเหนือ รัสเซียทางเหนือ และหมู่เกาะญี่ปุ่นทางทิศตะวันออก ซึ่งต่างก็พยายามแผ่อำนาจและผลัดกันยึดครองดินแดนผืนนี้อยู่เสมอ ประวัติศาสตร์ของเกาหลีจึงเต็มไปด้วยการรบพุ่ง ต่อสู้แย่งชิง และปกป้องบ้านเมืองของตนมาตลอด
 
ในยุคเริ่มแรกของอารยธรรมเกาหลี ( ประมาณ 50 ปีก่อนคริสตกาล ) นั้น ปรากฏว่าได้มีการแบ่งแยกดินแดนออกเป็น 3 อาณาจักร ได้แก่ โคกุลเยอ ทางภาคเหนือ เบคเจทางภาคใต้ และซิลลาทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ อาณาจักรทั้งสามต่างก็พยายามชิงความเป็นใหญ่แต่เพียงผู้เดียว จึงพยายามเสริมสร้างกำลังกองทัพและฝึกฝนทหารของตนให้มีความเข้มแข็งอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โคกุลเยอ และซิลลา ได้สร้างกองทัพนักรบหนุ่มขึ้น เรียกว่า ชูอิโซนินและ ฮวารังโด ตามลำดับ ซึ่งมีการฝึกฝนการต่อสู้ด้วยมือและเท้า รวมถึงการใช้อาวุธนานาชนิด

 
กล่าวถึงอาณาจักรโคกุลเยอทางเหนือ ซึ่งมีเขตแดนติดต่อกับจีน จึงต้องพัฒนากำลังทหารไว้ป้องกันประเทศ นักรบในกองกำลังชูอิโซนินนี้เรียกว่า ซอนเบซึ่งประวัติศาสตร์กล่าวว่าพวกซอนเบนี้จะอยู่รวมกันเป็นหมู่เหล่า มีการศึกษาประวัติศาสตร์ และศิลปะต่าง ๆ นอกเหนือจากวิชาการต่อสู้ และยังใช้เวลาในยามสงบช่วยพัฒนาบ้านเมืองด้วยการสร้างถนนและป้อมปราการต่าง ๆ วิชาการต่อสู้ของพวกซอนเบนี้เรียกว่า เทคเคียน ซึ่งมีลักษณะเด่นที่การใช้เท้าเตะ เนื่องจากในการขี่ม้าจะต้องใช้มือข้างหนึ่งควบคุมสายบังคับม้า และอีกข้างหนึ่งถืออาวุธและธนู จึงเน้นการใช้เท้าในการต่อสู้และช่วยในการทรงตัวบนหลังม้า หลักฐานภาพวาดตามฝาผนังในสุสานโบราณหลายแห่งแสดงให้เห็นถึงการต่อสู้และทักษะต่าง ๆ ของเทคเคียน ซึ่งนอกจากจะใช้ในการรบแล้ว ยังนิยมใช้เป็นท่ากายบริหาร และยังนำมาเป็นเกมกีฬาที่นิยมประลองกันในโอกาสต่าง ๆ กันอีกด้วย
 
ส่วนอาณาจักรซิลลาทางตอนใต้ ก็ถูกรุกรานจากโคกุลเยอทางตอนเหนือ และเบคเจทางตะวันตก จึงต้องเสริมสร้างกองทัพที่เข้มแข็งไว้เช่นกัน โดยมีนักรบฮวารัง ซึ่งมีกฎระเบียบการปกครองและการฝึกฝนทักษะการต่อสู้คล้ายคลึงกับพวกซอนเบ การคัดเลือกชายหนุ่มเข้ามาเป็นฮวารังนั้นจะต้องมีการทดสอบฝีมือการต่อสู้ได้แก่ การฟันดาบ มวยปล้ำ ขี่ม้า และการต่อสู้ด้วยมือเปล่าที่เรียกว่า ซูบัก ซึ่งเน้นการใช้ทักษะของมือเป็นหลัก เนื่องจากชาวซิลลามีความผูกพันกับพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก วัดโบราณในเมืองเกียงจูซึ่งเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรซิลลาจึงมีรูปปั้นยักษ์ทำหน้าที่ทวารบาล ( คึมกัง ย็อกซ่า ) แสดงท่าต่อสู้ซึ่งมีท่ามือที่คล้ายคลึงกับ เทควันโดในปัจจุบัน
 
แม้จะมีรากฐานความเป็นมาแตกต่างกัน แต่ทั้งเทคเคียน และซูบัก ก็เริ่มมีการผสมผสานกลมกลืนกันโดยเทคเคียน ได้เผยแพร่จากอาณาจักรโคกุลเยอเข้ามาในอาณาจักรซิลลา เมื่อราวคริสต์ศตวรรษที่ 4 และได้รับความนิยมแพร่หลายไปสู่สามัญชนทั่วไป อาณาจักรซิลลาเริ่มมีความเข้มแข็งกว่าอาณาจักรอื่น ๆ โดยมีขุนพลฮวารังที่มีชื่อเสียง เช่น คิมยูซิน และ คิมชุนชู เป็นกำลังสำคัญในการรบ เพื่อรวบรวมอาณาจักรทั้งสามในคาบสมุทรเกาหลีให้เป็นหนึ่งเดียวกันได้สำเร็จในปี ค.ศ. 676 (พ.ศ. 1219) และราชวงศ์ซิลลายังปกครองดินแดนเกาหลีต่อมาอีกเกือบ300 ปี

 2.
เทควันโดยุคกลาง
 
ในสมัยราชวงศ์คอร์โย ซึ่งปกครองประเทศเกาหลีต่อจากราชวงศ์ซิลลา ในระหว่างปี ค.ศ.918 – 1392 มีการพัฒนารูปแบบการฝึกเทคเคียนและซูบักอย่างเป็นระบบ และใช้ในการทดสอบเพื่อคัดเลือกทหารเข้ากองประจำ การด้วย มีบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่แสดงว่าวิชาการต่อสู้ด้วยมือเปล่านี้ได้พัฒนาถึงขั้นใช้เป็นอาวุธฆ่าคนในสงครามได้จริง ทักษะความสามารถในการต่อสู้ได้กลายเป็นสิ่งสำคัญในการเลื่อนยศและตำแหน่งของทหาร ( จึงเป็นที่มาของการจัดระบบแบ่งระดับสายในเทควันโด คล้ายกับชั้นยศทหารในกองทัพ : ผู้เรียบเรียง ) มีการบันทึกถึงระบบกติกาการต่อสู้แข่งขันคล้ายกับกีฬาในปัจจุบัน ในการทดสอบพละกำลัง นักรบชื่อ ลียี่หมิน ใช้กำปั้นข้างขวาชกที่เสาและสามารถทำให้หลังคาสั่น สะเทือน
 
จนกระเบื้องมุงหลังคาหล่นลงมาแตกกระจาย เขาสามารถชกทะลุกำแพงที่ก่อด้วยดินเหนียว และในการประลองเขาชกเข้าที่กระดูกสันหลังของคู่ต่อสู้ซึ่งทำให้ถึงกับเสียชีวิต จึงถือได้ว่าผู้ฝึกวิชาการต่อสู้ด้วยมือเปล่าสามารถทำการต่อสู้เทียบเท่ากับการใช้อาวุธสังหารทีเดียว กษัตริย์ในราชวงศ์นี้ทรงโปรดการประลองต่อสู้เพื่อคัดเลือกทหารเป็นอย่างยิ่ง มีการจัดการประลองตามหัวเมืองต่าง ๆ ที่เสด็จไปประภาสให้ทอดพระเนตรอยู่เป็นประจำ อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายราชวงศ์ได้มีการนำอาวุธปืนเข้ามา ใช้ในกองทัพ และทำให้บทบาทของการประลองต่อสู้ด้วยมือเปล่าลดความสำคัญลงไปมาก

 3.
เทควันโดยุคใหม่
 
ในยุคนี้ ราชวงศ์โชซัน ปกครองประเทศเกาหลีจาก ค.ศ. 1392 – 1910 ต่อจากนั้นเกาหลีจึงตกอยู่ภายใต้การปกครองของจักรวรรดิญี่ปุ่นจนถึงปี ค.ศ. 1945 ราชวงศ์โชซันปกครองประเทศด้วยลัทธิขงจื้อ ซึ่งปฏิเสธพิธีกรรมทางศาสนาพุทธ และให้ความสำคัญแก่ศิลปะการต่อสู้น้อยกว่างานทางด้านวรรณกรรม การประลองฝีมือเพื่อคัดเลือกทหารเข้าประจำการยังคงมีอยู่ แต่ได้รับความสนใจจากกษัตริย์น้อยลงมาก บ้านเมืองจึงเริ่มอ่อนแอลง จนเมื่อเกาหลีถูกรุกรานจากญี่ปุ่นในปี ค.ศ. 1592 พระเจ้าเจียงโจ จึงได้รื้อฟื้นศิลปะการต่อสู้ขึ้นมาขนานใหญ่ มีการจัดทำตำรามาตรฐานวิชาการต่อสู้ที่เรียกว่า มูเยโดโบ ทองจิ ซึ่งในเล่มที่ 4 มีภาพประกอบและได้กล่าวอธิบายถึงการเคลื่อนไหว ต่อเนื่องซึ่งมีลักษณะคล้ายท่ารำพุมเซ่ในปัจจุบัน มีการสอนวิชาการต่อสู้ให้กับเยาวชน คล้ายกับเป็นกีฬาหรือการละเล่นชนิดหนึ่ง
 
เมื่อญี่ปุ่นเข้ายึดครองประเทศเกาหลี การฝึกวิชาการต่อสู้กลายเป็นสิ่งต้องห้าม จึงต้องแอบฝึกและมีการถ่ายทอดกันมาอย่างลับ ๆ เฉพาะในหมู่ลูกหลานเท่านั้น จนเมื่อประเทศญี่ปุ่นแพ้สงคราม โลกครั้งที่ 2 ในปี ค.ศ. 1945 ประเทศเกาหลีจึงได้รับอิสรภาพอีกครั้ง แต่จากการที่ทางการญี่ปุ่นได้คุมขังและทรมาน ตลอดจน สังหารชาวเกาหลี ไปเป็นจำนวนมาก ทำให้ผู้สืบทอดวิชาการ ต่อสู้เหลือเพียงจำนวนน้อยมากจนเป็นที่หวั่นเกรงกันว่าจะสาบสูญไป อีกทั้งญี่ปุ่นยังได้พยายามกลืนวัฒนธรรมของเกาหลีด้วยการบังคับให้ชาวเกาหลีฝึกคาราเต้ และยูโดแทน

 4.
เทควันโดยุคปัจจุบัน
 
ภายหลังจากที่ได้รับอิสรภาพ ได้มีความพยายามที่จะฟื้นฟูศิลปะการต่อสู้ของเกาหลีขึ้นมาใหม่ ปรมาจารย์ ซองดุคคิ ได้แสดงวิชาเทคเคียนให้ประธานาธิบดี ลีซึงมาน ชมในงานฉลองวันเกิดของท่าน ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่ามีเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากวิชาคาราเต้ ในช่วงเวลาดังกล่าว ได้มีการก่อตั้งสำนัก ( โดจัง ) ขึ้นหลายแห่ง แต่ก็อยู่ได้อย่างไม่มั่นคงนัก จนเมื่อเกิดสงครามเกาหลี และประเทศเกาหลีถูกแบ่งแยกออกเป็นสองประเทศ ได้แก่ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี ( เกาหลีเหนือ ) ซึ่งปกครองโดยระบอบคอมมิวนิสต์แบบรัสเซีย และ สาธารณรัฐเกาหลี ( เกาหลีใต้ ) ซึ่งปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยแบบสหรัฐอเมริกา สภาพทางเศรษฐกิจในเกาหลีใต้จึงเริ่มฟื้นตัว บรรดานักประวัติศาสตร์และปรมาจารย์เจ้าสำนักต่าง ๆ โดยการนำของนายพล เชฮองฮี ได้ร่วมมือกันก่อตั้งสมาคมเทควันโดแห่งสาธารณรัฐเกาหลีได้เป็นผลสำเร็จในปี ค.ศ. 1954 ในช่วงสั้น ๆ จากปี ค.ศ. 1961 - 1965 สมาคมได้เปลี่ยนไปใช้ชื่อสมาคมเทซูโดแทน แต่ก็เปลี่ยนกลับมาใช้ชื่อเทควันโดเช่นเดิมอีก กีฬาเทควันโดเริ่มเป็นที่นิยมแพร่หลายอีกครั้ง มีการจัดการแข่งขันขึ้นทั้งในระดับประถมศึกษา, มัธยมศึกษา และระดับมหาวิทยาลัย รวมทั้งได้บรรจุในหลักสูตรการฝึกทหารของกองทัพ ในสงครามเวียดนาม ทหารเกาหลี ซึ่งร่วมรบอยู่ในกองทัพของสหรัฐได้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของการต่อสู้ด้วยมือเปล่าในระยะประชิดตัว จึงได้รับความสนใจจากนานาประเทศ รวมทั้งสหรัฐอเมริกา คุณค่าของเทควันโดได้เป็นที่ประจักษ์ในฐานะที่สร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศเกาหลี ประธานาธิบดี ปาร์คจุงฮี จึงได้ประกาศยกย่องให้เทควันโดเป็นกีฬาประจำชาติ ( คุคคิ เทควันโด ) ในปี ค.ศ. 1971 ( พ.ศ. 2514 ) ซึ่งจุดเด่นของเทควันโด นอกจากจะเป็นการฝึกฝนพละกำลังทั้งร่างกายและจิตใจแล้ว ยังเป็นการเสริมสร้างและพัฒนาบุคลิกภาพให้แก่เยาวชนอีกด้วย
 
ในปี ค.ศ. 1972 รัฐบาลเกาหลีได้สถาปนาสำนัก คุคคิวอน ขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางในการสอบขึ้นทะเบียนสายดำ และเผยแพร่กีฬาเทควันโดไปทั่วโลก โดยมี ดร.อุนยองคิม ผู้แทนรัฐบาลเป็นประธาน มีการจัด การแข่งขันเทควันโดในระดับต่าง ๆ มากถึง 350 ครั้งในปีนั้น รวมทั้งการแข่งขัน เทควันโดชิงแชมป์โลกครั้งที่ 1 ด้วย นอกจากนั้นเพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพของบุคลากรผู้ฝึกสอนเทควันโด จึงได้มีการจัดตั้งวิทยาลัยเทควันโดโลกขึ้นมาเป็นหน่วยงานย่อย มีหน้าที่เฉพาะด้านการฝึกอบรม และจัดทำตำราเพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก
 
เทควันโด ได้รับความนิยมเผยแพร่ออกไปอย่างรวดเร็วทั่วโลก ทั้งในหมู่ทหาร ตำรวจ และนักเรียนนักศึกษา ในปี ค.ศ. 1977 มีจำนวนสายดำในประเทศเกาหลีถึง 3,620,000 คน และอีก 160,000 คนทั่วโลก ทีมนักแสดงสาธิตเทควันโดทีมชาติเกาหลี ได้มีส่วนสำคัญในการเผยแพร่เทควันโด และเกียรติภูมิของประเทศเกาหลีให้เป็นที่รู้จักทั่วไป
 
เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม ปี 1973 มีการประชุมผู้แทนสมาคมเทควันโดจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกจำนวน 50 ประเทศ และมีมติให้ก่อตั้งสหพันธ์เทควันโดโลกขึ้น โดยมี ดร.อุนยองคิม เป็นประธานสหพันธ์อีกเช่นกัน ปัจจุบันมีประเทศสมาชิกถึง 157 ประเทศ และยังคงเพิ่มขึ้นอีกเรื่อย ๆ สหพันธ์มีหน้าที่ดูแลการแข่งขันเทควันโดชิงแชมป์โลก ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุก ๆ 2 ปี และยังมีการจัดตั้งสหพันธ์เทควันโดแห่งเอเซีย และทุกทวีป ซึ่งจะจัดการแข่งขันระดับภูมิภาค ทุก ๆ 2 ปี สลับกับการแข่งขันชิงแชมป์โลก
 
นอกจากนั้น เทควันโด ยังได้รับการรับรองจากสถาบันต่าง ๆ ดังนี้
 1.
ค.ศ. 1975 สหพันธ์เทควันโดโลกได้เข้าเป็นสมาชิกของ สมาคมสหพันธ์กีฬาสากล ( GAISF )
 2.
ค.ศ. 1976 เป็นสมาชิกของสภากีฬาทหารโลก ( CISM )
 3.
ค.ศ. 1979 ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการโอลิมปิคสากล ( IOC )
 4.
ค.ศ. 1982 ได้รับการบรรจุเป็นกีฬาสาธิตในโอลิมปิคเกมส์ ( กรุงโซล 1988 )
 5.
ค.ศ. 1984 ได้รับการบรรจุเป็นกีฬาสาธิตในเอเชียนเกมส์ ( กรุงโซล 1986 )
 6.
ค.ศ. 1989 ได้รับการบรรจุเป็นกีฬาบังคับในโอลิมปิคเกมส์ ( นครซิดนีย์ 2000 ) ซึ่งนับเป็นเกียรติอันยิ่งใหญ่ ที่สุดสำหรับกีฬาที่เพิ่งจะเผยแพร่ไปทั่วโลกได้เพียง 30 ปีเศษ เท่านั้น
 
ในปี ค.ศ. 2004 มีการเปลี่ยนแปลงอันสำคัญได้แก่ ตำแหน่งประธานสหพันธ์เทควันโดโลก และสำนัก คุคคิวอน เนื่องมาจาก ดร.อุนยองคิม ไม่สามารถดำรงตำแหน่งต่อไปได้ นับเป็นการสิ้นสุดยุคสมัยอันยาวนาน ของท่าน โดยประธานสหพันธ์เทควันโดโลกคนปัจจุบันได้แก่ นาย ชุงวอนโชว ซึ่งได้รับการเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่ของสหพันธ์ฯ และประธานสำนักคุคคิวอนคนปัจจุบันได้แก่ ปรมาจารย์ อึมวุนเกียว สายดำดั้ง 10 ซึ่งเลื่อนขึ้นมาจากตำแหน่งรองประธาน ฯ
 5.
เทควันโดในประเทศไทย
 
สำหรับในประเทศไทย เริ่มรู้จักกีฬาเทควันโดเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2508 โดยคณาจารย์จากสาธารณรัฐเกาหลีจำนวน 6 ท่าน ได้เดินทางมาทำการสอนเทควันโดให้กับทหารสหรัฐอเมริกาซึ่งตั้งฐานทัพอยู่ในประเทศไทยในเวลานั้น เพื่อทำการรบในสงครามเวียดนาม ได้แก่ที่ ตาคลี ( นครสวรรค์ ) นครราชสีมา อุดรธานี อุบลราชธานี และที่สัตหีบ ท่านอาจารย์เหล่านั้นได้เปิดสอนเทควันโดให้กับประชาชนทั่วไปด้วย บางท่านได้มาทำการสอนอยู่ที่สโมสร Y.M.C.A. ราชกรีฑาสโมสร และโรงยิมหลังโรงหนังลิโด สยามสแควร์ แต่เมื่อกองทัพสหรัฐถอนตัวออกจากประเทศไทย อาจารย์ทั้งหมดก็ได้ย้ายออกไปจากประเทศไทยด้วย จนถึงปี พ.ศ. 2516 อาจารย์ ซองคิยอง จึงได้รับมอบหมายจากสมาคมเทควันโดแห่งสาธารณรัฐเกาหลีให้เดินทางมาเปิดสอนเทควันโดที่ราชกรีฑาสโมสร และในปี พ.ศ. 2519 ได้เปิดสำนักขึ้นที่โรงเรียนศิลปะและการป้องกันตัวอาภัสสา ถนนเพลินจิต โดยการสนับสนุนของคุณมัลลิกา ขัมพานนท์ นักเทควันโดชั้นสายดำ ผู้ซึ่งเห็นคุณค่าของกีฬานี้ที่มีต่อสุขภาพ และสังคมส่วนรวม กิจการโรงเรียนได้เจริญก้าวหน้ามาตามลำดับ จนได้รับการรับรองจากกระทรวง ศึกษาธิการและสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ คุณมัลลิกาและอาจารย์ซองได้รับเชิญไปเป็นวิทยากรยังสถาบันหลายแห่ง เช่น โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ และโรงเรียนช่างฝีมือทหาร เป็นต้น ขณะนั้นมีผู้ฝึกวิชาเทควันโดรวมกันประมาณ 5,000 คน ในปี พ.ศ. 2521 จึงได้ก่อตั้งสมาคมส่งเสริมศิลปะป้องกันตัวเทควันโดขึ้นที่โรงเรียนอาภัสสา ฯ ซึ่งสมาชิกได้มีมติเลือกคุณสรยุทธ์ ปัทมินทร์วิโรจน์ เป็นนายกสมาคมฯ คนแรก และคุณมัลลิกา ฯ เป็นอุปนายกสมาคม สมาคม ฯ ได้เปลี่ยนชื่อเป็นสมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย เมื่อ พ.ศ. 2528 และเข้าเป็นสมาชิกสหพันธ์เทควันโดโลก สหพันธ์เทควันโดเอเซีย สหพันธ์เทควันโดอาเซียน และอยู่ในสังกัด การกีฬาแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย